วิทยาศาสตร์คือวิธีทำความเข้าใจโลกด้วยการตั้งคำถามและค้นหาคำตอบอย่างรอบคอบ ทำไมเรือลอยน้ำแต่ก้อนหินจม ทำไมท้องฟ้าเป็นสีส้มตอนพระอาทิตย์ตก ทำไมมะม่วงสุกเร็วขึ้นเมื่อใส่ในถุงกระดาษ คำถามเหล่านี้ทุกข้อศึกษาได้ด้วยวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่กองข้อเท็จจริงในหนังสือ แต่เป็นวิธีคิด นักวิทยาศาสตร์สังเกตบางสิ่ง เกิดความสงสัย ตั้งข้อคาดเดาที่เรียกว่าสมมติฐาน ทดสอบด้วยการทดลอง บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วตัดสินว่าข้อคาดเดานั้นถูกหรือไม่ ถ้าเดาผิดก็ไม่ใช่ความล้มเหลว เพียงแปลว่าต้องหาแนวคิดที่ดีกว่า ใคร ๆ ก็คิดแบบนักวิทยาศาสตร์ได้ และในชั้น ป.6 เราจะเริ่มทำอย่างตั้งใจ
สาขาใหญ่สามสาขาที่เราจะได้พบคือฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ฟิสิกส์ศึกษาแรง การเคลื่อนที่ แสง ความร้อน แม่เหล็ก และไฟฟ้า เคมีศึกษาวัสดุ ว่าประกอบด้วยอะไรและเปลี่ยนแปลงอย่างไร ชีววิทยาศึกษาสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่แบคทีเรียตัวจิ๋วไปจนถึงช้างและต้นไทร ในชีวิตจริงสาขาเหล่านี้ผสมกัน เมื่อหุงข้าว เคมีเปลี่ยนแป้ง ฟิสิกส์พาความร้อนเคลื่อนที่ และชีววิทยาอธิบายว่าทำไมร่างกายต้องการพลังงาน วิทยาศาสตร์ยังใช้ภาษาที่แม่นยำ แทนที่จะบอกว่าก้อนหินหนัก นักวิทยาศาสตร์บอกว่ามวลของมันคือ 200 กรัม แทนที่จะบอกว่าน้ำร้อน นักวิทยาศาสตร์บอกว่าอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส คำและตัวเลขที่แม่นยำทำให้คนในอินเดีย ไทย หรือที่ไหนก็ตามตรวจสอบกันได้ ตลอดคอร์สนี้ทุกวันจะจบด้วยกิจกรรม เพราะวิทยาศาสตร์คือสิ่งที่ต้องลงมือทำ ไม่ใช่แค่อ่าน
ตัวอย่าง: นำแก้วน้ำมาหนึ่งใบ แล้วหย่อนของสามอย่างลงไปทีละชิ้น เหรียญ ไม้ชิ้นเล็ก และฝาขวดพลาสติก ก่อนหย่อนแต่ละชิ้นให้เขียนสมมติฐานว่าจะลอยหรือจม จากนั้นทดสอบและบันทึกผลในตารางที่มีช่องวัตถุ สมมติฐาน ผลลัพธ์ และเดาถูกหรือไม่ ผลที่คาดไว้: เหรียญจม ไม้และฝาขวดลอย สุดท้ายเขียนคำถามใหม่หนึ่งข้อที่กิจกรรมนี้ทำให้คิดถึง เช่น ทำไมท่อนไม้หนัก ๆ ลอยได้แต่เหรียญเบา ๆ กลับจม