สัตว์ทุกชนิดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโลกรอบตัวผ่านอวัยวะรับสัมผัส และสัตว์หลายชนิดมีประสาทสัมผัสที่ไวกว่าเรามาก สุนัขมีเซลล์รับกลิ่นในจมูกราว 300 ล้านเซลล์ ส่วนคนมีเพียงราว 5 ล้านเซลล์ สุนัขจึงตามหาคนหายได้จากกลิ่นรอยเท้าเพียงรอยเดียว นกอินทรีที่บินสูง 3 กิโลเมตรมองเห็นกระต่ายที่ขยับอยู่ในพงหญ้าได้ เพราะดวงตาของมันมีเซลล์รับแสงมากกว่าเราหลายเท่า แมวมองเห็นในที่แสงน้อยได้ดี เพราะมีชั้นคล้ายกระจกอยู่หลังลูกตาที่สะท้อนแสงกลับมาอีกครั้ง ค้างคาวและโลมาใช้การสะท้อนเสียง คือส่งเสียงแหลมสูงออกไปแล้วฟังเสียงสะท้อนเพื่อหาทางและหาอาหาร
สัตว์บางชนิดรับรู้สิ่งที่เรารับรู้ไม่ได้เลย ผึ้งมองเห็นลวดลายแสงอัลตราไวโอเลตบนดอกไม้ที่นำทางไปยังน้ำหวาน งูบางชนิดเช่นงูเขียวหางไหม้มีแอ่งรับความร้อนบนใบหน้า ตรวจจับความอุ่นของหนูได้ในความมืดสนิท ฉลามรับรู้สัญญาณไฟฟ้าเล็ก ๆ จากกล้ามเนื้อของปลาที่ซ่อนอยู่ใต้ทราย ยุงหาตัวเราเจอจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราหายใจออกและความร้อนจากผิวหนัง นักวิทยาศาสตร์บอกว่าสัตว์ที่ถูกล่าเช่นกวางมีตาอยู่ด้านข้างของหัวเพื่อมองได้รอบตัว ส่วนสัตว์นักล่าเช่นเสือมีตาอยู่ด้านหน้าเพื่อกะระยะก่อนกระโจน
ตัวอย่าง: ทดสอบประสาทสัมผัสของตัวเอง ให้เพื่อนหลับตา แล้วใช้ปลายดินสอสองแท่งที่ห่างกัน 1 เซนติเมตรแตะเบา ๆ ที่ปลายนิ้ว ฝ่ามือ ท้องแขน และหลังของเพื่อน ถามว่ารู้สึกว่าโดนแตะหนึ่งจุดหรือสองจุด คำทำนาย: ปลายนิ้วจะรู้สึกได้สองจุด แต่หลังจะรู้สึกได้จุดเดียว เพราะปลายนิ้วมีเซลล์รับสัมผัสมากกว่ามาก